อ้าปากแล้ว "กึก" เคี้ยวข้าวแล้ว "เจ็บ" คุณกำลังเป็นโรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบอยู่หรือเปล่า?

 


อ้าปากแล้ว "กึก" เคี้ยวข้าวแล้ว "เจ็บ" คุณกำลังเป็นโรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบอยู่หรือเปล่า?

เคยไหมครับ? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกปวดตื้อๆ บริเวณหน้าหู หรือเวลาเคี้ยวอาหารเหนียวๆ แล้วได้ยินเสียง "กึก" หรือ "คลิก" ในหู บางครั้งอ้าปากกว้างๆ เพื่อจะกินแฮมเบอร์เกอร์หรือหาวนอน แล้วรู้สึกเหมือนกรามค้าง หุบลงยาก อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่ใช่แค่เรื่องของ "ฟัน" แต่มันคือสัญญาณเตือนจาก "ข้อต่อขากรรไกร" ที่กำลังร้องประท้วงคุณอยู่ครับ


"หมอคะ หนูเป็นมะเร็งในหูหรือเปล่า ปวดร้าวไปหมดเลย?"

วันก่อนมีคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อคุณส้ม (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศ เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลมาก มือข้างหนึ่งกุมที่แก้มตลอดเวลา

คุณส้มเล่าว่า "หมอคะ หนูปวดบริเวณหน้าหูมากเลยค่ะ ปวดร้าวขึ้นไปขมับ ลงมาที่กราม ตอนแรกนึกว่าปวดฟันคุด แต่ไปหาหมอฟันแล้วท่านบอกว่าฟันปกติดี หรือหนูจะเป็นหูชั้นกลางอักเสบ หรือร้ายแรงกว่านั้นคะหมอ? เวลาเคี้ยวข้าวเหนียวหรือเนื้อย่าง จะเจ็บแปล๊บๆ แล้วมีเสียงดังกึกๆ ตลอดเลยค่ะ ทรมานมาก กินอะไรไม่อร่อยเลย"

ผมฟังแล้วยิ้มอ่อนๆ ให้กำลังใจ แล้วขออนุญาตตรวจร่างกาย โดยใช้นิ้วคลำเบาๆ ที่หน้าใบหู แล้วให้คุณส้มลองอ้าปาก-หุบปาก พบว่ามีการเคลื่อนไหวที่ไม่ราบรื่น และมีจุดกดเจ็บชัดเจนบริเวณกล้ามเนื้อบดเคี้ยว

"ใจเย็นๆ นะครับคุณส้ม คุณไม่ได้เป็นมะเร็ง และหูของคุณก็น่าจะยังดีอยู่ อาการที่คุณเป็น เขาเรียกว่า 'ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ' ครับ เดี๋ยวหมอจะเล่าให้ฟังว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วจะหายไหม"


ความจริงของ "เสียงกึก" และ "ความเจ็บปวด"

เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ลองจินตนาการถึง "บานพับประตู" นะครับ

ข้อต่อขากรรไกร (Temporomandibular Joint) เปรียบเสมือนบานพับประตูที่เชื่อมระหว่างกะโหลกศีรษะกับกระดูกขากรรไกรล่าง บานพับนี้พิเศษมาก เพราะมันไม่ได้แค่ขยับขึ้น-ลงเหมือนบานพับประตูทั่วไป แต่มันสามารถ "สไลด์" เคลื่อนตัวไปข้างหน้าและข้างๆ ได้ด้วย เพื่อให้เราบดเคี้ยวอาหารได้

ที่สำคัญคือ ระหว่างกระดูกสองชิ้นนี้ จะมี "หมอนรองกระดูก" ชิ้นเล็กๆ (Articular Disc) เปรียบเหมือน "เจลลี่" หรือ "เบาะนุ่มๆ" คั่นกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกเสียดสีกันโดยตรง

เสียง "กึก" หรือ "คลิก" เกิดจากอะไร? เสียงนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้า "เบาะเจลลี่" ตัวนี้ มันปลิ้น หรือเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งครับ (Disc Displacement) เวลาเราอ้าปาก กระดูกขากรรไกรจะกระแทก หรือข้ามผ่านขอบของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา ทำให้เกิดเสียงดัง และถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ กระดูกจะเริ่มเสียดสีกันเอง จนเกิดการอักเสบและปวดร้าวอย่างที่คุณส้มเป็นนั่นเองครับ


เจาะลึกโรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบ (รู้ไว้ รักษาทัน)

1. โรคนี้คืออะไรและเกิดจากอะไร?

โรคข้อต่อขากรรไกรอักเสบ คือภาวะที่มีความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยว ทำให้เกิดอาการปวดและจำกัดการเคลื่อนไหวของปาก

สาเหตุ (Etiology) มาจากหลายปัจจัยรวมกันครับ:

  • พฤติกรรม (สำคัญที่สุด): การนอนกัดฟัน (โดยไม่รู้ตัว), การชอบขบเน้นฟันเวลาเครียด, ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งตลอดเวลา, การเคี้ยวอาหารข้างเดียวเป็นประจำ, หรือชอบทานของแข็ง/เหนียวมากเกินไป (เช่น น้ำแข็ง, ถั่ว, ปลาหมึกแห้ง)
  • ความเครียด (Stress): ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและขากรรไกรเกร็งตัวโดยที่เราไม่รู้ตัว
  • การสบฟันผิดปกติ: ทำให้การลงน้ำหนักที่ข้อต่อไม่สมดุล
  • อุบัติเหตุ: เคยถูกกระแทกที่คางหรือใบหน้า
  • โรคข้ออักเสบ: เช่น รูมาตอยด์ หรือข้อเสื่อมตามวัย

2. กลไกการเกิดโรค (Pathogenesis) เป็นอย่างไร?

เมื่อมีความเครียดสะสม หรือการใช้งานหนัก (Overuse) กล้ามเนื้อรอบๆ ขากรรไกรจะเกิดการหดเกร็ง (Muscle Spasm) ทำให้แรงกดภายในข้อต่อสูงขึ้น แรงกดนี้จะไปบีบอัด "หมอนรองกระดูก" (Disc) ที่อยู่ตรงกลาง นานวันเข้า หมอนรองนี้อาจจะฉีกขาด เสื่อมสภาพ หรือเคลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งเดิม (Displacement) ทำให้กระดูกขากรรไกรเสียดสีกับฐานกะโหลกโดยตรง เกิดการอักเสบ บวม และปวดในที่สุด

3. อาการและสัญญาณเตือน

  • ปวด: ปวดบริเวณหน้าหู ขมับ แก้ม หรือกราม อาจร้าวไปที่คอและไหล่
  • เสียง: มีเสียงคลิก หรือเสียงกรอบแกรบ (Crepitus) เวลาเคี้ยวหรืออ้าปาก
  • การเคลื่อนไหว: อ้าปากได้น้อยลง (Jammed) หรืออ้าปากแล้วขากรรไกรเบี้ยว
  • อาการร่วม: ปวดศีรษะบ่อยๆ (มักถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นไมเกรน), ปวดหูแต่ตรวจหูแล้วไม่พบความผิดปกติ

4. ใครบ้างที่เสี่ยง?

  • ผู้หญิงวัยทำงาน (พบมากกว่าผู้ชาย)
  • คนที่มีความเครียดสูง
  • คนที่มีประวัตินอนกัดฟัน
  • ผู้สูงอายุ (จากความเสื่อมของข้อต่อ)

หมอตรวจอย่างไร? (ไม่ต้องกลัวเจ็บ)

การวินิจฉัยโรคนี้ ส่วนใหญ่ใช้การซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลักครับ

  1. การคลำ (Palpation): หมอจะใช้นิ้วคลำบริเวณหน้าหูขณะที่คุณอ้าและหุบปาก เพื่อเช็คการเคลื่อนไหวและหาจุดกดเจ็บ
  2. วัดระยะการอ้าปาก: ดูว่าอ้าได้กว้างปกติไหม (ปกติควรสอดนิ้วมือของตัวเองได้ 3 นิ้วในแนวตั้ง)
  3. เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกทั่วไป
  4. MRI (การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): อันนี้เป็น The Best หรือมาตรฐานที่ดีที่สุดในกรณีที่อาการรุนแรงครับ เพราะ MRI สามารถมองเห็น "หมอนรองกระดูก (Disc)" ที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อนได้ชัดเจน ทำให้รู้ว่ามันปลิ้นไปทางไหน หรือมีการอักเสบมากน้อยเพียงใด ซึ่งเอกซเรย์ธรรมดามองไม่เห็นครับ

แนวทางการรักษา (จากเบาไปหาหนัก)

ข่าวดีคือ "ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ

1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด - ต้องทำทุกคน):

  • อาหาร: งดของแข็ง เหนียว กรอบ ช่วงที่มีอาการให้ทานอาหารอ่อน (Soft Diet) เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ปลา
  • การพักข้อ: หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้างๆ หาวให้ใช้มือประคองคางไว้ อย่ากัดเล็บ อย่าเคี้ยวหมากฝรั่ง
  • ลดเครียด: หากิจกรรมผ่อนคลาย เพราะความเครียดคือตัวกระตุ้นให้เรา "ขบฟัน"

2. การรักษาทางยา:

  • ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs): ช่วยลดปวดและลดการอักเสบของข้อต่อ
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ: ช่วยลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบดเคี้ยว
  • ยาลดความกังวล: อาจใช้ในบางรายที่มีความเครียดสูงหรือนอนกัดฟันรุนแรง

3. การใส่เฝือกสบฟัน (Splint/Night Guard): ทันตแพทย์จะทำอุปกรณ์พลาสติกใสให้ใส่ครอบฟัน (มักใส่ตอนนอน) เพื่อลดแรงกดที่ข้อต่อขากรรไกร ป้องกันฟันสึกจากการกัดฟัน และช่วยจัดตำแหน่งขากรรไกรให้ผ่อนคลาย

4. กายภาพบำบัด (Physical Therapy): การประคบอุ่นบริเวณแก้มและหน้าหู การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และการบริหารขากรรไกรเบาๆ ช่วยให้อาการดีขึ้นมาก

5. การฉีดยา (Intervention): หากทานยาแล้วไม่ดีขึ้น หมออาจพิจารณาฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อ (ทำได้จำกัดครั้ง) หรือฉีด Botox เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อกรามที่เกร็งตัวมากเกินไป หรือปัจจุบันมีการทำ Arthrocentesis (การล้างข้อ) คือการใช้เข็มเล็กๆ ล้างสารสื่อการอักเสบออกจากข้อต่อ ช่วยให้ขยับปากได้ดีขึ้น ลดปวดได้ดี

6. การผ่าตัด (Surgery): ทำน้อยมากครับ เก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ กรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกรุนแรง หรือข้อติดยึดจนอ้าปากไม่ได้เลย


พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

โรคนี้เป็นโรคที่ "เป็นๆ หายๆ" (Chronic but manageable) ครับ

  • ถ้าปรับพฤติกรรมได้ อาการมักจะหายไปจนใช้ชีวิตได้ปกติ
  • แต่ถ้ากลับไปเครียด นอนกัดฟัน หรือชอบแทะของแข็งอีก อาการก็อาจกลับมาใหม่ได้
  • ดังนั้น การดูแลตัวเองจึงเป็นการรักษาที่ยั่งยืนที่สุดครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่:

  • ข้อต่อเสื่อมถาวร: กระดูกขากรรไกรสึกกร่อน รูปร่างเปลี่ยน
  • ฟันสึก/ฟันแตก: จากการกัดฟันที่รุนแรง
  • ใบหน้าผิดรูป: ในรายที่เป็นตั้งแต่เด็กและรุนแรง อาจทำให้คางเบี้ยวได้
  • ภาวะทุพโภชนาการ: เพราะเจ็บจนกินอาหารไม่ได้ ร่างกายผ่ายผอม

สรุป

อาการปวดกราม หน้าหู หรือเสียงคลิก ไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งนอนใจ มันคือสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังใช้งาน "ข้อต่อขากรรไกร" หนักเกินไปครับ หัวใจสำคัญของการรักษาไม่ใช่ยาวิเศษ แต่คือ "การรู้ตัว" และ "ปรับพฤติกรรม"

ลองสังเกตตัวเองดูนะครับว่า วันนี้คุณเผลอกัดฟันตอนทำงานหรือเปล่า? มื้อเย็นนี้จะเลี่ยงของเหนียวๆ ได้ไหม? เริ่มต้นดูแลข้อต่อเล็กๆ นี้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้คุณยิ้ม หัวเราะ และทานของอร่อยได้ไปนานๆ ครับ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดกราม #ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ #เคี้ยวแล้วเจ็บ #ปวดหน้าหู #นอนกัดฟัน #อ้าปากมีเสียงคลิก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหน้า


References

  1. Gauer RL, Semidey MJ. Diagnosis and treatment of temporomandibular disorders. Am Fam Physician. 2015;91(6):378-386. (สรุป: บทความนี้รวบรวมแนวทางการวินิจฉัยและการรักษาโรคข้อต่อขากรรไกรและกล้ามเนื้อบดเคี้ยวสำหรับแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป โดยเน้นการรักษาแบบอนุรักษ์นิยมเป็นลำดับแรก)
  2. Scrivani SJ, Keith DA, Kaban LB. Temporomandibular disorders. N Engl J Med. 2008;359(25):2693-2705. (สรุป: การทบทวนวรรณกรรมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับพยาธิสรีรวิทยา อาการทางคลินิก และการจัดการผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร เน้นย้ำเรื่องความซับซ้อนของอาการปวด)
  3. National Institute of Dental and Craniofacial Research (NIDCR). TMJ (Temporomandibular Joint & Muscle Disorders). Bethesda, MD: National Institutes of Health; 2023. (สรุป: ข้อมูลมาตรฐานจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ให้คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ และการดูแลตนเองเมื่อมีปัญหาเรื่องข้อต่อขากรรไกร)
  4. Schiffman E, Ohrbach R, Truelove E, et al. Diagnostic Criteria for Temporomandibular Disorders (DC/TMD) for Clinical and Research Applications: recommendations of the International RDC/TMD Consortium Network* and Orofacial Pain Special Interest Group†. J Oral Facial Pain Headache. 2014;28(1):6-27. (สรุป: เกณฑ์มาตรฐานระดับสากลที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคความผิดปกติของขากรรไกร เพื่อให้แพทย์ทั่วโลกมีความเข้าใจและแนวทางที่ตรงกัน)
  5. Bouloux GF. Temporomandibular Joint Pain and Dysfunction: A Review for the General Practitioner. Prim Dent J. 2021;10(3):88-93. (สรุป: บทความทบทวนสำหรับทันตแพทย์และแพทย์ทั่วไปเกี่ยวกับการจัดการความเจ็บปวดและความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร เน้นการแยกโรคและการส่งต่อผู้ป่วยเมื่อจำเป็น)

Comments

Popular posts from this blog

เคี้ยวแล้วปวดกรามข้างขวา เกิดจากอะไร? อันตรายไหม? และควรรักษาอย่างไร

**"อ้าปากกว้างก็เจ็บ... เคี้ยวข้าวเหนียวก็ปวด! เสียงกรามดังกึกๆ จนรำคาญ" สัญญาณเตือน 'ข้อต่อขากรรไกรอักเสบ' โรคฮิตของสาวออฟฟิศวัย 30+**